บิทแมบของบิทแมบ

สุธาทิพย์ ทิพย์ดวงรัตน์
ธันวาคม ๒๕๕๐

-----» คนทั่วไปมักจะมองข้ามความสำคัญของตัวอักษรไปที่ความหมายของคำและประโยคที่ตัวอักษรเหล่านั้นนำมาส่งถึงเราด้วยภาษาศาสตร์ ในอีกด้านหนึ่งของปัจจุบัน ตัวอักษรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ถูกใช้เพื่อถ่ายทอดการสื่อสารอย่างกว้างขวางมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการใช้แบบตัวอักษรได้กลายมาเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าก่อน จากเดิมที่การใช้ตัวอักษรสัมพันธ์กับดินสอและปากกาเท่านั้น หรือแม้แต่พิมพ์ดีดก็มิได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างทั่วถึงเฉกเช่นคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน



ปัจจุบันนี้หากเราต้องการค้นหาเพลงในเครื่องเล่นเอ็มพีสาม เราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับแบบตัวอักษรบนจอภาพหรือที่เรียกกันคุ้นปากว่า ‘สกรีน’ แบบตัวหนังสือที่ใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องใช้ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชิป หรือคอมพิวเตอร์ในการประมวลผล ที่ช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการมาจากไหน? อาจจะเป็นคำถามที่หลายคนสงสัยกันอยู่

เมื่อพูดถึงไทป์ดีไซน์ เรามักจะนึกถึงเวคเตอร์ (Vector) เอาท์ไลน์ฟอนต์ มากกว่าแรสเตอร์ (Raster)ฟอนต์ประเภทที่หลังนี้เองที่รู้จักและคุ้นเคยในชื่อ‘บิทแมบ’ เหตุที่เราคุ้นชินกับเอาท์ไลน์ฟอนต์มากกว่าบิทแมบ ก็เพราะเอาท์ไลน์ฟอนต์รายล้อมใกล้ตัวเรามากกว่าในสื่อต่างๆ ใกล้ตัวนักออกแบบในการใช้งาน ซึ่งต่างจากบิทแมบที่ต้องอาศัยสื่อหรืออุปกรณ์จำเพาะในการแสดงผล

หากมองย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว ชั่วข้ามคืนบิทแมบฟอนต์กลายมาเป็นรูปแบบที่อยู่ในความสนใจของนักออกแบบ อาจจะเป็นเพราะลักษณะเฉพาะตัวบางประการที่เข้ากับยุคสมัยในขณะนั้น ที่เน้นความรู้สึกสังเคราะห์ จึงเกิดความพยายามที่จะใช้รูปแบบบนสกรีนดังกล่าวมาใช้กับการออกแบบสิ่งพิมพ์ นิยามของดิจิตอลอินเทอเฟสของอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคต้น ๘๐ กลายมาเป็นตัวแทนของความร่วมสมัยของดิจิตอลไลฟ์สไตล์ของต้นศตวรรษที่ ๒๑ จากการเป็นสกรีนฟอนต์ บิทแมบกลายมาเป็นแฟชั่นในกรอบของการเป็นเอาท์ไลน์ฟอนต์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ฟอนต์บิทแมบที่เราเห็นกันโดยทั่วไปที่ใช้ในงานสิ่งพิมพ์ หรือในเวปดีไชน์โปรแกรมอย่างเช่นแฟลช กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นของฟอนต์เหล่านั้นเป็นเอาท์ไลน์ฟอนต์ ที่ถูกทำขึ้นเพื่อให้ใช้งานเลียนแบบบิทแมบเท่านั้น โดยอาศัยการออกแบบเอาท์ไลน์ฟอนต์ให้ตรงหรือใกล้เคียงกับขนาดของบิทแมบจริง เพื่อให้การแสดงผลในหมวดบิทแมบในขนาดที่กำหนดออกมาตรงหรือใกล้เคียงกับความละเอียดของจอภาพ

โปรเจคการออกแบบตัวอักษรเป็นโจทย์ที่ต้องการบิทแมบฟอนต์จริงๆ(ไม่เกี่ยวกับเอาท์ไลน์) สำหรับการใช้งานเฉพาะทาง ไม่มีให้พบบ่อยนักในบ้านเรา



เมื่อมีความต้องการบิทแมบฟอนต์เพื่อใช้งานในอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วถ้าวิศวกรคอมพิวเตอร์ไม่เลือกไทยบิทแมบฟอนต์ที่มีอยู่แล้วเพราะต้องการความไม่จำเจ ก็มักจะเลือกใช้บิทแมบจากเอาท์ไลน์ฟอนต์ทั่วไป บางครั้งที่จะพบปัญหาเมื่อต้องย่อหรือขยายขนาดของบิทแมบจากเอาท์ไลน์ฟอนต์เพื่อให้ฟิตเข้ากับขนาดของสกรีนหรือหน้าจอของตัวอุปกรณ์นั้นๆ บิทแมบที่ถูกดึงออกมาจากเอาท์ไลน์ฟอนต์จะเกิดปัญหาการรักษาฟอร์มของตัวอักษรที่ถูกต้อง นำมาซึ่งปัญหาในการอ่าน

ช่วงต้นปี ๒๕๔๘ บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็คโทรนิครายใหญ่ของสิงคโปร์ ครีเอทีฟเทคโนโลยี เจ้าของแบรนด์เครื่องเล่นเอ็มพีสาม ‘ครีเอทีพ เซ็น’ ได้ว่าจ้างให้ พฤติกรรมการออกแบบ/คัดสรรดีมาก พัฒนาตัวหนังสือบิทแมบภาษาไทยเพื่อใช้กับสกรีนของเครื่องเล่นเอ็มพีสาม แต่เรื่องของบิทแมบฟอนต์กับพฤติกรรมการออกแบบ/คัดสรรดีมาก ไม่ได้เริ่มต้นที่ตรงนี้

ฟอนต์ภาษาไทย ‘ธนบุรี’ ที่ขนาด ๑๒ พอทย์ นั้นเป็นที่ชมชอบของ นิรุติ กรุสวนสมบัติ และ อนุทิน วงศ์สรรคกร เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาและเริ่มทำงานร่วมกันภายใต้ชื่อของพฤติกรรมการออกแบบ ธนบุรีในบทบาทของฟอนต์ระบบปฏิบัติการณ์บนเครื่องแมคอินทอชภาษาไทย เป็นที่คุ้นเคยกันดีในแมคโอเอสรุ่นเก่า นิรุติและอนุทินเคยเล่านอกรอบว่า “เราเคยมีความคิดว่าทำอย่างไรเราจะใช้ธนบุรีที่ขนาดอื่นแต่ให้หน้าตาออกมาเป็นแบบบิทแมบที่ ๑๒ พอทย์แบบที่เราเห็น ธนบุรี ๑๒ พอทย์ ในซิมเพิลเท็กซ์” เป็นจุดที่ทำให้นักออกแบบทั้งสองคนจึงเริ่มให้ความสนใจกับพิคเซลสกรีนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ความสนใจกับ‘เรสเอดิท’ โปรแกรมประดิษฐ์ไอคอนสำหรับเครื่องแมคอินทอช จึงต่อเนื่องมาที่ตัวอักษรภาษาไทยพิคเซลบิทแมบที่พิมพ์เป็นชื่อไฟล์ในแมคอินทอช นิรุติมีความคิดว่าน่าจะมีกราฟิกไอคอนและตัวอักษรที่เป็นพิคเซลเข้าชุดกัน จุดนี้เองที่ทำให้เกิดความสนใจเกี่ยวกับไอคอนกราฟิก และส่งต่อมายังพิคเจอร์ฟอนต์ในเวลาต่อมา

ในขณะที่เริ่มทดลองกับโปรแกรมสร้างเอาท์ไลน์ฟอนต์เพื่อเลียนแบบบิทแมบ เป็นที่มาของโปรโทไทป์ฟอนต์ ‘พฤติกรรม’ ในช่วงปี ๒๕๔๑ และ ‘ฝั่งธน’ ในปีต่อมา เพื่อตอบโจทย์การใช้ธนบุรี ที่หน้าตาเหมือนบิทแมบ ๑๒ พอทย์ “ฝั่งธน ก็เป็นเหมือนชื่อเล่นของธนบุรี เป็นชื่อที่คนทั่วไปใช้เรียกธนบุรี เราเห็นว่าเข้าท่าดีที่จะนำมาเป็นชื่อของเอาท์ไลน์บิทแมบของฟอนต์ธนบุรี” อนุทินอธิบายที่มาที่ไป

ฟอนต์ พฤติกรรม ทดลอง กลายเป็นฟอนต์ไทยบิทแมบเอาท์ไลน์ตัวแรกๆ ที่พาตนเองออกจากฮาร์ดไดรฟ์และการทดลองใช้ส่วนตัว มาปรากฏบนสื่อต่างๆในช่วงปี ๒๕๔๒ เริ่มตั้งแต่หนังสือ บันทึกบรรยาย เลขนศิลป์ศึกษาเชิงไปรเวท ไปจนถึงการใช้กับงานออกแบบโดยทั่วไปในนิตยสารเอ็มทีวีแทรค ก่อนที่บิทแมบเอาท์ไลน์ภาษาไทยจะกลายเป็นวิถึและปฐมบทของการสร้างฟอนต์ตัวแรกๆของตนเองสำหรับนักออกแบบตัวอักษรไทยรุ่นต่อๆมา



พฤติกรรมการออกแบบ/คัดสรรดีมาก เคยถูกทาบทามให้ออกแบบบิทแมบฟอนต์ภาษาไทยให้กับโทรศัพท์มือถือ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับพัฒนาโปรเจค เอสเอ็มบี แอดวานซ์ แต่บริษัทนำเข้ามือถือนั้นกลับมองว่างานนี้เป็นเรื่องที่ง่ายๆเหมือนการตีตารางกราฟ คงไม่ต้องพยายามอธิบายต่อว่าประโยคสนทนาลักษณะนี้มีความหมายอย่างไร “ความห่างไกลของผู้คนกับแบบตัวอักษรของภาษาที่เขาใช้กันอยู่ทุกวันนั้น ช่างห่างไกลกันเหลือเกิน”

ครีเอทีฟไทยบิทแมบฟอนต์นั้น มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากการออกแบบเอาท์ไลน์ฟอนต์ นอกจากในลักษณะของที่มาที่ไปของตัวโปรเจคเองหรือรูปแบบการออกแบบก็ตาม เนื่องจากเป็นบิทแมบฟอนต์จริงๆ ไม่ใช่การทำเลียนแบบในโปรแกรมทำเอาท์ไลน์ฟอนต์ ฟอร์แมทที่เรียกว่า บีดีเอฟ ไม่ใช่ฟอร์แมทที่จะได้รับโจทย์ในการทำคอสตอมไทป์ดีไซน์ ที่ส่วนใหญ่พัฒนาเพื่อแมคอินทอชหรือเครื่องพีซีที่ใช้วินโดว์

การออกแบบบิทแมบฟอนต์นั้นจะต้องใช้โปรแกรมสร้างฟอนต์อย่างเช่น บิทฟอนเตอร์ หรือรุ่นก่อนๆก็ต้องเป็น ฟอนแทสติก ซึ่งเป็นโปรแกรมเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันนักหากเทียบกับ ฟอนต์แลป หรือ ฟอนโตกราเฟอร์

บิทแมบฟอนต์ต้องทำตามข้อจำกัดของขนาดพิกเซลสกรีน หรือที่เรียกว่า Effective Size อย่างเคร่งครัด เพราะทุกอย่างต้องฟิตพอดีกับขนาดของตัวอุปกรณ์ที่ฟอนต์นี้จะไปปรากฏ ในขณะที่นักออกแบบต้องบริหารแบบตัวอักษรให้แต่ละตัวอักษรไม่เสียการอ่าน และไม่เสียความความสวยงามในข้อจำกัดดังกล่าว

ในกรณีของครีเอทีฟเทคโนโลยี พิ้นที่สำหรับการแสดงผลของตัวอักษรมีขนาดเล็กมาก นั่นจึงหมายถึงขนาดของตัวอักษรด้วยเช่นกัน บางตัวอักษรมีเนื้อที่ที่สามารถบรรจุได้แค่ ๕x๕ พิกเซลเท่านั้น บางวรรณยุกต์จำนวนพิคเซลที่วิศวกรกำหนดมาให้เหลือพื้นที่ไม่พอ อย่างเช่นไม้ไต่คู้ ที่เหลือพื้นที่แต่ ๕x๒ จำเป็นต้องจัดให้พิกเซลลงตัวในเนื้อที่ที่มี ทำให้มองให้เห็นเป็นไม้ไต่คู้ให้ได้ในขนาดดังกล่าว มันเกือบเป็นไปไม่ได้เลยบนความสูงแค่ ๒ พิกเซล จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ทุกพิกเซลมีความสำคัญ และมีความหมายในการออกแบบบิทแมบฟอนต์



เนื่องจากอุปกรณ์อีเลคโทรนิคส่วนใหญ่ถูกทำขึ้นเพื่อจำหน่ายในหลายประเทศ นั่นจึงมีมิติอื่นที่ต้องคำนึงถึง การออกแบบมีความจำเป็นที่จะต้องให้แบบภาษาไทยสามารถไปด้วยกันได้กับภาษาอื่นๆ ที่ใช้ตารางยูนิโคตต่อเนื่องกันมา เช่น ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี เป็นต้น ฟอนต์ครีเอทีฟไทยบิทแมบในฟอร์แมทในฟอร์แมทบีดีเอฟนี้ สามารถพบเห็นได้ในเฟิร์มแวร์ของครีเอทีฟเทคโนโลยี

เอาท์ไลน์ฟอนต์ที่ถูกออกแบบด้วยการเทียบเคียงกับขนาดของบิทแมบพิคเซล อาจเริ่มมีบทบาทน้อยลงในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะหน้าจอคอมพิวเตอร์มีความละเอียดมากขึ้น โพรเซสเซอร์เองก็สามารถรองรับกราฟิกที่ความเร็วมากขึ้นเช่นกันการแสดงผลจากเวคเตอร์เอาท์ไลน์จึงทำได้รวดเร็วขึ้น เอาท์ไลน์บิทแมบฟอนต์อย่างที่มีการใช้กันแพร่หลายในโปรแกรมสำหรับเวปดีไซน์อย่างแฟลชก็อาจจะมีความจำเป็นลดน้อยลง ขณะที่บิทแมบฟอนต์เอง ก็มีความจำเป็นต้องเพิ่มความละเอียดและจำนวนของพิคเซลสูงขึ้นตามอุปกรณ์มาตรฐาน ที่ต่างสามารถแสดงผลได้ละเอียดขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ที่เดินหน้าสู่ความคมชัดสูง โทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นเพื่อสนองฟังค์ชั่นในอนาคต หรือแม้แต่อุปกรณ์เครื่องใช้อิเลคโทรนิคทั่วๆไปอย่างเครื่องเล่นเพลงเอ็มพีสาม สิ่งเหล่านี้ต่างมีผลต่อรูปแบบของแบบตัวอักษรที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นใหม่ หรือถูกปรับปรุงให้สอดคล้องกันไป แต่อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของความเป็นอิเลคโทรนิคสไตล์บิทแมบพิคเซลแบบโลว์เรสโซลูชั่นได้ฝังตัวลงไปในวงการออกแบบในบ้านเราเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นปรากฏการเดียวกันที่เกิดขึ้นกับการออกแบบสากล