ธันวาคม ๒๕๕๑
บทความนี้เรียบเรียงจากบันทึกส่วนตัวของ อนุทินวงศ์สรรคกร เขียนไว้ระหว่างจัดทำแบบร่างในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ เรียบเรียงเป็นบทความโดย พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ เพื่อเป็นเอกสารประกอบการเขียนคอลัมน์พิเศษในนิตยสารดิฉัน เกี่ยวกับแบบตัวอักษรใหม่ที่ใช้ในการฉลองปรับโฉมในโอกาสครบรอบ ๓๕ ปี ฉบับประจำปักษ์หลัง ของเดือนธันวาคม ๒๕๕๑
-----» การทำแบบตัวอักษรแบบเฉพาะคำ หรือที่เราเรียกทับศัพท์ว่า เล็ตเทอร์ลิ่ง นั้น อยู่บนหลักการของการทำให้สวยงามลงตัวเฉพาะคำ ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง จะเห็นได้ว่าเป็นโจทย์คนละแบบกับการทำตัวอักษรทั้งชุด ฉะนั้นการที่จะถอดแบบตรงไปตรงมาจากหัวนิตยสารที่เป็นแบบเฉพาะคำ เพื่อนำมาเป็นชุดตัวอักษร(ฟอนต์) ที่มีธรรมชาติการเรียงคำเป็นรูปประโยคในแบบแปรผัน จะต้องการการออกแบบที่ลงตัวและยืดหยุ่นได้มากกว่า
เริ่มจาก นภธัช ลีรเศรษฐกร ผู้กำกับบศิลป์สำหรับการปรับภาพลักษณ์ในโอกาสครบรอบ ๓๕ ปี ของนิตยสารดิฉัน ได้เสนอความคิดในการออกแบบตัวอักษรจากหัวนิตยสารดิฉันเองเพื่อสร้างอัตลักษณ์พิเศษให้เกิดขึ้น เป็นบุคลิกหลักอีกอย่างที่ผู้อ่านสามารถร่วมจดจำไปด้วยกับหัวนิตยสารที่มีมายาวนานฉบับนี้
อย่างที่เราทราบกันว่าหัวนิตยสารไทยนั้นนับวันยิ่งเหลือน้อยลง ยิ่งนิตยสารไทยที่เป็นชื่อไทยด้วยแล้วนั้นยิ่งแทบจะนับเล่มได้ ดิฉันเป็นหนึ่งในนั้น และข้อเด่นอย่างมากของนิตยสารดิฉันก็คือหัวตัวประดิษฐ์ที่เป็นภาษาไทยในแบบร่วมสมัย สะท้อนการให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาไทยและความสามารถของผู้ออกแบบเพื่อสื่อสารเยี่ยงตะวันตก เล็ตเทอร์ลิ่งของนิตยสารดิฉันนั้นเดิมทีเป็นผลงานการออกแบบของนักออกแบบที่มีชื่อเสียงอย่างคุณภานุ อิงควัต โดยใช้เส้นตั้งตรงและเส้นนอนที่นูนโค้งทั้งบนและล่าง เรียกได้ว่าเป็นหัวนิตยสารที่ประสบความสำเร็จทางด้านการออกแบบเพราะสามารถคนทั่วไปสามารถจดจำ เล็ตเทอร์ลิ่ง นี้เป็นในเชิงรูปภาพได้
แต่เมื่อเราต้องการแปรสัญญาณมาให้เป็นชุดตัวอักษรนั้น เรามีความจำเป็นต้องพิจารณาอยู่ในหลายประเด็น ชุดแบบตัวอักษรที่เกิดจากหัวนิตยสารดิฉันจำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นตัวหัวเรื่อง เป็นตัวนำเรื่อง และเป็นตัวโปรยตกแต่ง จึงเกิดข้อสังเกตุว่าการยึดแบบร่างโดยการต่อยอดจากหัวของนิตยสารแบบตรงไปตรงมานั้น จะทำให้ภาพรวมของนิตยสารไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากกายภาพของเล็ตเทอร์ลิ่งนั้นเมื่อนำมาต่อยอดแล้วอาจจะทำให้ความรู้สึกโดยรวมออกไปในแนวเทคโนโลยี หรือ อวกาศ มากเกินไป ประกอบกับจะทำให้แบบตัวอักษรชุดนี้ออกไปในแนวกว้าง ไม่ส่งเสริมการอ่าน และที่สำคัญคือใช้พื้นที่หน้ากระดาษมากในการเล่าเรื่องจากบทความแต่ละเรื่อง
จึงเป็นโจทย์พื้นฐานให้เริ่มทำงานออกแบบ อย่างแรกคือการที่ต้องเก็บเอกลักษณ์เด่นของหัวหนังสือเอาไว้ เพื่อให้มีเชื้อที่จะสื่อถึงหัวนิตยสารได้ เราจึงได้ผสมความเป็นตัวอักษรสามัญในแบบไร้เชิงฐานของไทย ในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้ภาพรวมไม่กระด้างเกินไป ขณะเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องนำกลิ่นอายดังกล่าวมาแสดงลงไปบนโครงสร้างที่เป็นกว้างของตัวอักษรที่เหมาะสมกับหน้ากระดาษ จะเห็นได้ว่าเราพยายามอย่างยิ่งในการหลีกเลี่ยงการใช้ เส้นนอนโค้งปิดบนและล่าง นอกจากจะเป็นการคาดเดาแบบตัวอักษรที่จะเกิดขึ้นตามมาจากแบบหัวนิตยารได้แล้วนั้น ยังเป็นการหลีกเลี่ยงภาพรวมที่จะทำให้แบบออกมาในแนวเทคโนโลยีมากเกิน ผิดบุคลิคและผิดเจตนาของนิตยสาร
โครงสร้างโดยทั่วไปยังคงเป็นตัวอักษรแบบเส้นเท่า หรือทับศัพท์ว่าโมโนไลน์ เป็นการเขียนขึ้นรูปแบบร่วมสมัยที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ตัวอักษรแบบเส้นเท่า มิได้เกิดจากเส้นที่เท่ากันโดยแท้จริง หากแต่เกิดจากการสร้างความหนาเพื่อให้สายตาเราเชื่อว่าเป็นเส้นขนาดเดียวกันทั้งหมด และเนื่องจากการพัฒนาแบบต่อมาจากหัวนิตยสารทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องเกิดเส้นตั้งและนอนที่เป็นเส้นเท่าจำนวนมาก การเก็บรูปแบบความโค้งของเส้นนอนให้เชื่อมโยงกับหัวนิตยสารจึงดูเป็นเหมาะสมอย่างมากเพราะได้ประโยชน์สองทางในเวลาเดียวกัน ทั้งการทำให้แบบไม่แข็งจนเกินไป และการรักษาลักษณะเด่นของหัวนิตยสารดิฉัน

ความหนาในสองขนาด มาจากค่าเฉลี่ยทั่วไปของแบบตัวอักษรเอง และบุคลิกของตัวนิตยสาร เหตุเพราะเราต้องการความบางเบามากกว่าความหนาเทอะทะ เพื่อให้สมกับบุคลิกปราดเปรียวของกลุ่มเป้าผู้อ่าน แต่การทำตัวบางเกินไปก็อาจจะถูกมองว่าขาดความมั่นใจเกินไป ดูไม่หนักแน่นในการตัดสินใจ จึงเห็นได้ว่าตัวบางจะบางแต่พอประมาณ ตัวหนาจะหนาเพียงเพื่อให้เห็นว่ามีความชัดเจน
นอกจากชุดแบบตัวอักษรใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากหัวนิตยสารแล้ว หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าระบตัวเลขอารบิคที่ใช้บอกเลขที่เล่มของดิฉันก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน จึงได้มีการพัฒนาต่อบนแบบร่างเดิม โดยยึดของเดิมให้มากที่สุด เป็นชุดเสริมให้กับเลขอารบิคแบบมาตรฐาน ในขณะที่ระบบเลขไทยใหม่ก็ได้ถูกเสริมเข้ามาตามแนวทางการออกแบบทั้งชุดตัวอักษรทำให้สามารถรองรับการใช้งานในสไตล์ไทยล้วน ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับตัวนิตยสารที่นิยมการใช้ภาษาไทย
โอกาสเดียวกันนี้จึงได้ทำการปัดฝุ่นหัวนิตยสารให้ดูใหม่ขึ้นไปพร้อมๆกัน โดยการร่างขึ้นแบบใหม่เพื่อให้ดูสะดาดตามากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะคำว่า ๒๐ รายปักษ์ ซึ่งทุกอย่างตั้งแต่หัวนิตยสาร แบบชุดตัวอักษรใหม่ ระบบตัวเลขที่มีให้เลือกถึงสามแบบ ตลอดไปจนถึงตัวจบคอลัมน์ ล้วนถูกจัดเก็บลงในไฟล์ฟอนต์เพื่อให้เรียกใช้งานได้อย่างง่ายดาย
ฟอนต์ของนิตยสารดิฉันดำเนินการออกแบบโดยทีมงานของ บริษัท คัดสรรดีมาก จำกัด จากความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบและกำกับตัวอักษร อนุทิน วงศ์สรรคกร และ เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช ผนวกกับการประสานงานของ นภธัช ลีรเศรษฐกร แห่งบริษัทออกแบบ เวิร์คอินแบงค์คอก
☑ สามารถหาภาพเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานออกแบบชุดนี้ได้จาก คัดสรรดีมาก ดีสทริบิวชั่น